แมนฯ ซิตี้ อยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม

แต่ในตารางตัวเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของบ่อนพนันแบบถูกกฏหมายในเมืองหลวงแห่งลูกหนัง ทีมเรือใบสีฟ้ากลับขึ้นมาเป็น “เต็งหนึ่ง” แบบเดี่ยวๆ อีกครั้ง

คำตอบคือฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยองในการศึกครั้งล่าสุดที่บุกอัด เชลซี ถึงถิ่นนี่แหละ  เพราะสิ่งที่ผู้เล่นทีมปลาฉลามสำแดงออกมาให้เห็น มันเข้าขั้น “โคตรทีมไร้เทียมทาน” เหมือนที่เคยแสดงให้เห็นเมื่อ 2-3 ฤดูกาลก่อน

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน โดยสะสมได้ทั้งหมดถึง 198 แต้ม

รูปแบบการเล่นของ แมนฯ ซิตี้ จากขุมกบาลอันโล้นเลี่ยนเตียนโล่งของ SAGAME66 มีความสมบูรณ์แบบมากนะครับในสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม

เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018-19 ที่ควบตะบึงไปข้างหน้าด้วยความเร็วแรงแบบทะลุส้นตีนพลางกะซวกชัยถึง 18 จาก 19 เกมสุดท้ายของซีซั่น แถมชนะถึง 14 นัดติดต่อกัน ก่อนเฉือน ลิเวอร์พูล เข้าเส้นชัยแบบหวุดหวิดเพียงแค่ปลายจมูก

เกมรุกดุดันและกะซวกไส้ แถมอุดมด้วยประสิทธิภาพดีนักแล ขณะที่เกมรับใช้ปรัชญาการเล่นเกมรุก คือเกมรับที่ดีที่สุดบวกด้วยเซ็นเตอร์แบ็คที่มีความแข็งแกร่งอย่าง แวงซองต์ ก็องปานี กับ เอเมอริค ลาปอร์กต์ 

SAGAME66

กล่าวคือพวกเขาอาศัยการครองบอลที่มากกว่าคู่แข่ง เพื่อลดโอกาสเสียประตูของตนเองให้น้อยลงไปในตัว คิดง่ายๆ ตามหลักคณิตศาสตร์นะครับ

ในเมื่อว่าคุณครองบอลเฉลี่ยถึง 70% เกือบทุกนัด หมายความว่าคู่แข่งของคุณมีโอกาสครองบอลแค่ 30% เท่านั้น ดังฉะนั้นโอกาสที่คุณจะเสียประตูก็อยู่ใน 30% ที่คู่แข่งได้ครองบอล

นอกจากนี้กุนซือชาวกาตาลันยังติดตั้งรูปแบบการเล่นที่พากย์อังกฤษว่า “เพรสซิ่ง” ให้ลูกทีมของตัวเองด้วย ซึ่งแตกต่างจาก “เฮฟวี่ เมตัล ฟุตบอล” ของ ลิเวอร์พูล เล็กน้อย ตรงที่เมื่อตัดบอลได้หรือแย่งบอลได้

พวกเขาจะต่อบอลกันก่อนสัก 5-6 จังหวะ โดยจะยังไม่จู่โจมแบบสายฟ้าฟาด  เหตุผลคือหากจู่โจมเร็วเกินไป ความแน่นอนก็จะลดน้อยตามลงไปด้วย – โอกาสเสียบอลก็จะมีมากขึ้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ sirreyeh.org