UFABET แทงบอลพารวย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค คนที่ถูกมองข้าม

UFABET แทงบอลพารวย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากคนที่ถูกมองข้ามสู่การเป็นคนที่ก้าวข้ามทุกคน

Image result for ฟาน ไดจ์ค

UFABET แทงบอลพารวย รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของ PFA ประจำปี 2019 เป็นแค่หมุดหมายเล็กๆ เท่านั้น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กำลังก้าวไปสู่ระดับแรงบันดาลใจของยุคสมัย

หัวใจที่ผ่านบททดสอบทำให้เขาไม่กลัวความกดดัน เขาชอบที่จะเผชิญหน้ากับมัน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ทำให้เขากลายเป็น ‘ผู้นำ’ ของทีมที่เขาอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะที่โกรนิงเกน กับกลาสโกว์ เซลติก และปัจจุบันกับลิเวอร์พูล

ฟาน ไดจ์ค มีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างในการช่วยยกระดับผู้เล่นคนอื่นในทีมได้ด้วย ไม่ได้แค่จะเล่นโดดเด่นคนเดียว สิ่งนี้คือคุณสมบัติของผู้เล่นระดับโลกที่หาได้ยาก

หากเราใช้ ‘อนุภาคพิม’ (อาวุธลับจากจักรวาลมาร์เวล) เข้ามิติควอนตัมเพื่อย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ถูกลิเวอร์พูลซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังถึง 75 ล้านปอนด์ เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2017 หลังคริสต์มาสได้เพียง 2 วัน

วันนั้นมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นเต็มไปหมดครับ บ้างก็ว่า เจอร์เกน คลอปป์ เพี้ยนหรือเปล่า หน้ามืดเกินไปหรือเปล่า เป็นการเซ็นสัญญาที่บ้าคลั่งเกินไปหรือเปล่า

หลายคนเชื่อว่าไม่มีทางที่นักฟุตบอลร่างโย่งจากทีมเล็กๆ อย่างเซาแธมป์ตันจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะในขณะนั้นฟาน ไดจ์ค ก็ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ทำผลงานได้ดีที่สุด เขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนทำให้ต้องพักการเล่นนานเกือบปี และฟอร์มนั้นห่างไกลจากสนนราคาค่าตัวที่เกิดขึ้นมาก

แต่ความสงสัยเคลือบแคลงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับฟาน ไดจ์ค ครับ

เขาเจอเรื่องแบบนี้มาทั้งชีวิต

และเขาก็ผ่านมันมาได้ตลอด

ในวัยเด็ก ฟาน ไดจ์ค ซึ่งเป็นสายเลือดผสมระหว่างพ่อที่เป็นชาวดัตช์กับแม่ที่เป็นชาวซูรินาเม ไม่มีความฝันอื่นนอกจากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพียงอย่างเดียว

นักเตะในดวงใจของเขาไม่ใช่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังแบบที่เขาเป็นในทุกวันนี้ครับ แต่เป็น โรนัลดินโญ อดีตนักเตะอันดับหนึ่งของโลกชาวบราซิลผู้เป็นแรงบันดาลใจของผู้คนมากมาย รวมถึงเจ้าหนูฟาน ไดจ์ค คนนี้ด้วย

Related image

สิ่งที่โรนัลดินโญสอนฟาน ไดจ์ค ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว (แม้ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในกองหลังที่เล่นบอลกับเท้าได้ดีที่สุดคนหนึ่งก็ตาม แต่ก็ห่างไกลจาก R10 มาก) แต่เป็นเรื่องของ Winning Mentality หรือจิตใจของการเป็นผู้ชนะ

สิ่งนี้ทำให้ฟาน ไดจ์ค ยืนหยัดได้ในทุกสนามตั้งแต่ศึกลูกหนังข้างบ้าน ริมถนน ในกรง สนามเล็กๆ สำหรับการเล่น 5 คน (five-a-side) ที่หล่อหลอมเขาในวัยเยาว์ สังเวียนที่เขาไม่ต้องการเป็นผู้แพ้ เพราะความพ่ายแพ้ทุกครั้งหมายถึงการต้องออกมารอคิวข้างสนามยาวนาน

“เราต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่ในสนามต่อ” เขาเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังผ่านบทสัมภาษณ์ขนาดยาวในนิตยสาร FourFourTwo

ความโดดเด่นในสนามเล็กทำให้เขาและครอบครัวตัดสินใจที่จะไปต่อ

เอ็นเอซี เบรดา สโมสรในบ้านเกิดเป็นทีมแรกที่เขาคิดถึง แต่สิ่งที่ฟาน ไดจ์ค ได้เรียนรู้ต่อมาคือทุกคนย่อมมีที่ของเราเอง ที่ที่เราจะสามารถอยู่และใช้ชีวิตเพื่อก้าวเดินต่อไปได้

น่าเสียดายที่เอ็นเอซี เบรดา ไม่ใช่ทีมนั้นสำหรับเขา เมื่อเสียงตะโกนดุด่าว่ากล่าวนักฟุตบอลของโค้ชทำให้เขาไม่เชื่อมั่น

ไม่ใช่ว่ากลัว แต่ฟาน ไดจ์ค ไม่คิดว่าเขาจะเติบโตเป็นนักฟุตบอลที่ดีหรือเป็นคนที่ดีต่อไปได้ในสภาวะเช่นนั้น

สัปดาห์ต่อมา พ่อของเขาพาไปทดสอบฝีเท้าที่วิลเลม ทเว สโมสรในเมืองที่อยู่ห่างจากบ้านในระยะเวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง และกำลังเป็นสโมสรที่มาแรงในช่วงเวลานั้น เพราะวิลเลม ทเว เพิ่งจะได้รองแชมป์ลีกเอเรดิวิซี (1998-99) และเล่นในแชมเปียนส์ลีก

ในบรรยากาศที่ไม่เป็นมลพิษทางหัวใจ ฟาน ไดจ์ค เติบใหญ่และแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าเขามีดีแค่ไหน

โค้ชนิยามเขาว่าเป็น Rolls-Royce Defender หรือกองหลังที่สง่างามเหมือนรถโรลส์-รอยซ์

“ไม่มีกองหน้าคนไหนที่สัมผัสเขาได้ เขาแข็งแกร่งและมีความสามารถโดยธรรมชาติในการแย่งบอลจากคู่แข่งในช่วงเวลาที่ถูกต้องที่สุด เขารู้วิธีที่จะเล่นเกมรับ และทำทุกอย่างได้เหมือนกับเป็นเรื่องง่ายๆ” แยน ฟาน โลน โค้ชเยาวชนของเขาในทีมวิลเลม ทเว เล่าถึงศิษย์เก่าด้วยความภูมิใจ

การเข้าสกัดที่แม่นยำเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของเขาจริงๆ เหมือนในจังหวะที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดด้วยการเอาชนะการดวลในจังหวะ 2 ต่อ 1 ในเกมกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่เป็นจุดสุดยอดหนึ่งในชีวิตการเล่นของเขา

ในชีวิตฟาน ไดจ์ค​ เองก็ตัดสินใจได้แม่นยำเช่นเดียวกันครับ เมื่อเขาเห็นว่าวิลเลม ทเว ลังเลที่จะเสนอสัญญาอาชีพให้ แม้ว่าจะมีเสียงชื่นชมยินดีต่อเขามากแค่ไหนก็ตาม นั่นทำให้เขาไม่ลังเลที่จะไปต่อ และเป็นโกรนิงเกนที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีม

แม้ว่าในเรื่องนี้ ฟอนส์ โกรเนนไดค์ อดีตโค้ชวิลเลม ทเว พยายามแก้ต่างในเวลาต่อมาว่าเหตุผลที่เขาไม่ได้ผลักดันฟาน ไดจ์ค ในขณะนั้นเป็นเพราะทีมกำลังอยู่ในช่วงลุ้นหนีการตกชั้น ทำให้เขาไม่สามารถจะให้โอกาสกับเด็กที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ฟาน ไดจ์ค ต้องคิดมากหรือเสียดายอะไร

เพราะบางครั้งชีวิตก็เป็นแบบนี้ และการตัดสินใจไปโกรนิงเกนของเขาก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนที่เขาเลือกจะมาศึกษาวิชาลูกหนังที่วิลเลม ทเว มากกว่าจะทนให้โค้ชดุด่าที่เอ็นเอซี เบรดา

การที่โกรนิงเกนได้ตัวเขาไป ทำให้บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ตีอกชกหัวตัวเอง เพราะพวกเขาพลาดการได้ตัวหนึ่งในปราการหลังที่มีศักยภาพสูงสุดไป ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจว่าตัวเองพลาดการมองเห็นนักฟุตบอลที่เก่งขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ตัวเขาใหญ่ขนาดนั้น!

เรื่องนี้ทำให้คิดถึงคำหนึ่งที่ผมเชื่อเสมอว่า ‘เพชรอยู่ที่ไหนก็คือเพชร’ ไม่ว่าจะอยู่ในตู้กระจกหรือในโคลนตม หากต้องแสงตกกระทบแล้วมันสามารถเปล่งประกายได้เสมอ

โกรนิงเกนคือการตัดสินใจที่ดีอีกครั้งของฟาน ไดจ์ค ที่เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง

เพียงแต่ที่สโมสรแห่งนี้ เขาได้บทเรียนสำคัญที่สุดในชีวิต

ไม่ใช่เรื่องของฟุตบอลครับ แต่เป็นบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเขาต้องผ่านประสบการณ์เฉียดตายจากการเป็นไส้ติ่งอักเสบ

ฟาน ไดจ์ค ในวัย 20 ปีที่กำลังโดดเด่นรู้สึกไม่สบายอยู่ร่วมสัปดาห์ ทีแรกเขาคิดว่าคงแค่เป็นไข้นิดหน่อย แต่มันไม่ใช่แบบนั้น อาการนั้นลุกลามถึงขั้นไส้ติ่งแตก ทำให้เยื่อกระเพาะอักเสบ ไตติดเชื้อ และเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาเป็นการด่วน

“ผมยังจดจำทุกอย่างได้ดี” ฟาน ไดจ์ค เล่าให้ฟัง “ผมไม่โกหกนะ ผมกลัวมากจริงๆ ผมคิดว่าผมน่าจะตายไปแล้ว”

เป็นเพราะเขาต้องย้ายไปใช้ชีวิตลำพังห่างจากบ้าน และความที่ทำอาหารไม่เป็น ทำให้เขาเลือกความสะดวกสบายให้ชีวิตด้วยการกินแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งสุดท้ายเกือบทำให้เขาเสียชีวิต แต่มันก็สอนเขาอย่างดีว่าทั้งชีวิตหลังเหตุการณ์นี้ ไม่มีเรื่องใดที่ยากหรือหนักหนาสำหรับเขาอีกต่อไป การลุ้นแชมป์หรือความสำเร็จใดๆ ในการเล่นฟุตบอลนั้นไม่มีความหมายเลยเมื่อความตายอยู่ตรงหน้า

และไม่มีแชมป์ใดจะมีความหมายเท่าครอบครัว

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฟาน ไดจ์ค​ จึงตั้งใจเล่นฟุตบอลให้ดีเท่าๆ กับที่ใช้ชีวิตให้ดี

หัวใจที่ผ่านบททดสอบทำให้เขาไม่กลัวความกดดัน เขาชอบที่จะเผชิญหน้ากับมัน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ทำให้เขากลายเป็น ‘ผู้นำ’ ของทีมที่เขาอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะที่โกรนิงเกน กับกลาสโกว์ เซลติก (ซึ่งเป็นอีกทีมที่เหมือนถูกหวย เพราะแมวมองของเซลติกมีประสบการณ์และอ่านออกว่าเด็กคนนี้ที่สโมสรใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ยังลังเลจะคว้าตัวไปมีความสามารถเกินกว่าจินตนาการ) และปัจจุบันกับลิเวอร์พูลที่เขาเป็นกัปตันทีมลำดับที่ 3 รองจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และเจมส์ มิลเนอร์

คำถามที่มีต่อเรื่องเงินที่ลิเวอร์พูลต้องจ่ายให้กับเซาแธมป์ตันนั้น ผมคิดว่าฟาน ไดจ์ค​ ได้ตอบทุกคนอย่างชัดเจนด้วยผลงานในสนาม

จากทีมที่มีเกมรับไม่มั่นคง ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งของโลก ซึ่งแม้มันเกิดจากทีมเวิร์ก แต่มันจะเป็นไปในทิศทางนี้ไม่ได้หากไม่มีผู้บัญชาการอย่างฟาน ไดจ์ค ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างในการช่วยยกระดับผู้เล่นคนอื่นในทีมได้ด้วย ไม่ได้แค่จะเล่นโดดเด่นคนเดียว

สิ่งนี้คือคุณสมบัติของผู้เล่นระดับโลกที่หาได้ยาก

ในอดีต โลกลูกหนังเคยมียอดปราการหลังมากมายในแต่ละยุคสมัย จากฟรังโก บาเรซี สู่เปาโล มัลดินี มาจนถึงฟาบิโอ คันนาวาโร

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กำลังก้าวไปสู่ระดับนั้นครับ และรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของ PFA ประจำปี 2019 ที่เพิ่งได้รับเป็นแค่หมุดหมายเล็กๆ เท่านั้น

สิ่งที่เขาเป็นมากกว่านั้นคือการเป็น ‘หลัก’ ที่ทุกคนมองเห็น เป็นแรงบันดาลใจของยุคสมัย

เป็นคนที่เด็กรุ่นต่อไปทุกคนอยากทำได้ในแบบเดียวกัน

เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมองแผ่นหลังของโรนัลดินโญด้วยความชื่นชม


UFABET สูตรแทงบอล

สนับสนุนสาระดีๆโดย UFABET

UFABET เว็บพนัน เว็บดีที่สุดในตอนนี้มาเลย

UFABET เว็บพนัน

UFABET เว็บพนัน เว็บไหนดี เว็บไหนก็ได้ แต่ต้องให้ข้อมูล ที่แม่นยำและตรงเวลาที่เรา เอามาทำสูตรได้ท้นเวลา สำหรับแทงต่อในรอบต่อไป เนื่องมาจากหวยนั้น เป็นหวยรวยเร็วกาได้ผลออกเร็ว แถมข้อมูลเลขขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็จะได้คิดสูตรและมีเวลา ในการคิดสูตร ได้อย่างถี่ถ้วนที่สุด เพื่อการที่จะมีโชคในรอบต่อไปนะ รู้ยัง

แต่ถ้าเว็บนั้น ทำไม่ได้ก็หาใหม่ และก็หาใหม่ UFABET ไปจนกว่าจะเจอ และเมื่อเจอแล้ว ก็จะได้ทำตามที่บอกที่ผ่านมา และได้รับความสำเร็จ ในการแทงหวยในเว็บนั้นได้ทันที เลือกไม่ยากเลย เว็บแทงหวย ดีกว่า แต่ส่วนมาก ก็เอามาพ่วงกันทั้งนั้น จะหาเอาเว็บที่รับแทงหวย กันจริงนั้น ก็คงจะยังไม่มีนะในตอนนี้ คงเป็น

เพราะยังมีคนเล่นน้อย เพราะวันที่หวยออกนั้น มันเป็นวันทำงานด้วยสิ UFABET แทงบอลสด แล้วคงจะไม่มีใคร ว่างมากขนาดนั้น ความนิยมของหวย ก็เลยตกไปเลย ต้องไปพ่วงอยู่ตามเว็บหวยออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้น้อยหน้า เรื่องการเข้าเล่น และการให้ข้อมูลหรอก ส่วนมาเว็บหวยออนไลน์ ก็จะมีให้เล่นเยอะหวยกว่านี้ และก็ยังต้องมีทีมงายดูแลหวยกัน แบบหวยต่อหวยกัน อยู่อย่างแน่นอน แน่นอนว่าต้องมีคนดุแลหวย

UFABET เว็บพนัน โดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งคนดูแลนั้น ก็ต้องมีความเชี่ยวชาญหวยอยู่แล้ว อยากแทงหวย ก็ลองเอาวิธีคิดนี้ ที่บอกไว้ ไปประกอบการตัดสินใจดู คาสิโนออนไลน์ ก็รู้ได้เลยว่าเว็บไหนดีที่เหมาะกับ การเข้าไปแทงหวยออนไลน์ได้ดีที่สุด

UFABET เว็บพนัน

จริงแล้วมันก็เปิดรับแทงกัน ทุกเว็บนั่นแหละ ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี นั่นสิ เว็บไหนดี ก็เว็บที่เปิดรับแทงหวยไง เว็บเปิดรับแทงอยู่แล้ว เว็บก็ต้องมีอะไร ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหวยนี้ มีบริการอยู่แล้ว ทั้งผลที่ออก เลขจากที่ต่าง ๆ บอกการเล่นให้รู้ ดอนเงินไว รอบต่อรอบจริง แทงบอลสเต็ป การโอนเงินรอบต่อรอบนี้ ก็ต้องเป็นกันทุกเว็บอยู่แล้ว

UFABET เว็บพนัน เพราะป้องกันการมั่วของเรา เวลาที่ผิดถูกของหวย นั้นมากขึ้น จ่ายรอบต่อเป็นการแก้ปัญหา ที่ถูกทางอยู่แล้วเว็บไหนดี ก็ลองไปดุว่าที่ไหน ให้ข้อมูลของเลขมากกว่า แม่นกว่า เอาเว็บนั้น เลขหวย หวยคาสิโน ที่แม่นทำให้เราถูกนั้นมันเป็นที่มา ของรายได้เลยนะ เอาเรื่องนี้ไปพิจาณาดู

UFABET เว็บพนัน

หากคุณกำลังสนใจ บริการ เว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ในทวีปเอเชีย และดีที่สุด ก็ต้องมาที่ ยูฟ่าเบท บริการ ฝาก – ถอน รวดเร็วทันใจ เหล่าบรรดานักพนันและเซียนตัวยง และมีบริการคอยอำนวยความสะดวกตลอดเวลาในการเล่น หากติดปัญหาได ๆ พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เหล่าบรรดานักพนันทั้งหลาย กำลังมอง เว็บพนันบอล ที่มีคุณภาพ หรือ คาสิโนออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ ให้เลือกเล่นมากมาย 

แนะนำ UFABET369 ทางเว็บไซต์เรา มีบริการบทความและข่าวสาร เทคนิคการเล่น สูตรแทงบอล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลไหล ไฮไลน์ฟุตบอล บทวิเคราะห์ วิจารณ์ และทรรศนะก่อนเกมการแข่นขัน ได้เพิ่มข้อมูลสำคัญ ต่อการเดิมพันพนันบอลหรือ แทงบอล และอื่น ๆ อีกมาย ให้บริการภายในเว็บไซต์ ทางเราได้ทำการเปิด โซนใหม่ คือ การถ่ายทอดสอดฟุตบอลออนไลน์ ทุกลีก ทั่วมุมโลก ไว้ค่อยบริการตลอดทั้งซีซั่น 

ขั้นตอน การสมัครสมาชิก UFABET กับทาง UFABET369

  • แจ้งกับทางเว็บไซต์ ยูฟ่าเบท369 โดยติตต่อทาง Line@ : @ufa369v2 หรือ https://line.me/R/ti/p/%40ufa369v2
  • แจ้งข้อมูล ชื่อ เบอร์โทรติดต่อกับ และบัญชีธนาคาร (บัญชีของลูกค้าต้องตรงกับชื่อที่ลงทะเบียนไว้กับทางเรา)
  • ทำการโอนเข้าระบบ แล้วให้ทำการแจ้งส่งหลักฐานการโอนงาน ทาง Call Center หรือ ทาง Line
  • ทีมงานจะทำการตรวจหลักฐานการโอนเงิน ประมาณ 5 – 10 นาที ถ้าเงินเข้าระบบแล้ว จะแจ้ง Username และ Password ให้กับลูกค้า เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ 
  • สมัครสมาชิก กับ ทาง UFABET369 มีสิทธิพิเศษมากมาย และโปรโมชั่นตลอดทุกเดือน ระบบ ฝาก – ถอน รวดเร็วทันใจ แน่นอน !

ฮัดสัน-โอดอย โอเคสัญญาใหม่เชลซี รวยเละ!

ฮัดสัน-โอดอย

ฮัดสัน-โอดอย  สื่อดังอังกฤษปูด คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกอนาคตไกลเลือดผู้ดี ตกลงสัญญาฉบับใหม่กับ เชลซี ได้เรียบร้อย เผยค่าเหนื่อยเรตใหม่ที่จะได้รับถือว่าไม่ธรรมดาเลย

คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกลงที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี กับต้นสังกัดเรียบร้อย ตามรายงานจาก เว็บคาสิโน บีบีซี สื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 

ฮัดสัน-โอดอย เคยร้องขอย้ายทีมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ “สิงห์บลูส์” ปฏิเสธข้อเสนอเงิน 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,365 ล้านบาท) ที่ บาเยิร์น มิวนิค ยื่้นเข้ามาขอซื้อ ทว่าล่าสุด บีบีซี ระบุว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 18 ปี ตกลงสัญญาฉบับใหม่กับ เชลซี ได้แล้ว ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวได้รับค่าเหนื่อยสูงถึงสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.9 ล้านบาท) เลยทีเดียว แทงบอลมือถือ และน่าจะมีการจรดปากกาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2019/20 

ปัจจุบัน ฮัดสัน-โอดอย กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากปัญหาบาดเจ็บตรงเอ็นร้อยหวายที่ได้รับมาในช่วงเดือนเมษายน และคาดว่าน่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งอย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายน 

ติดตามและความสารได้ที่ messengerapkapp.com พร้อมกับติดตามโปรโมชั่นได้ที่ UFABET 369 เว็บพนันบอลออนไลน์ดี ที่สุดในประเทศไทย การรันตีรับประกันจากเซียนพนันมืออาชีพ สนใจสมัคร คลิก >>> @ufa369v2 สมัคสมาชิกไม่กี่นาที รับ  Usernamer และ Password รับไปเลย และระบบ ฝาก – ถอน ดีที่สุด

☆ บอล 4 ตังค์ คอม 0.5

☆ ฝาก-ถอน ไม่มีขั้นต่ำ

☆ สเต็ปเริ่มต้น 2 คู่เพียง 10 บาท

☆ แนะนำเพื่อน ได้โบนัส 10%

☆ สมัครเลย  @ufa369v2

UFABET สูตรบอลสเต็ป เจาะลึก แวดวงฟุตบอล

UFABET สูตรบอลสเต็ป เหตุผลที่ ‘อบราโมวิช’ เรียก ‘แลมพาร์ด’ กลับเชลซี

Related image

UFABET สูตรบอลสเต็ป การถูกลงโทษแบนนั้นส่งผลกระทบต่อเชลซีอย่างร้ายกาจ โดยเฉพาะต่อแผนการปรับปรุงทีมที่เริ่มเห็นได้ชัดว่าถูกสองทีมที่ดีกว่าในเวลานี้อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ทิ้งห่างออกไปพอสมควรในฤดูกาลที่ผ่านมา

เชลซีพยายามต่อสู้คดีมาครึ่งปีแล้ว โดยได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ของฟีฟ่า แต่ถูกปฏิเสธคำร้องเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้พวกเขาตัดสินใจยื่นเรื่องต่ออนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) 

เรื่องจึงดำเนินมาถึงจุดที่ทีมอย่างเชลซีตัดสินใจทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อนด้วยการเสนองานให้กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตรองกัปตันทีมที่เป็นนักเตะที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสโมสรกลับมารับงานผู้จัดการทีมอีกครั้ง

จุดแข็งของแลมพาร์ดยังอยู่ที่การดึงศักยภาพนักเตะดาวรุ่งมาใช้งานได้ดี ซึ่งในทีมดาร์บี เขาได้ แฮร์รี วิลสัน นักเตะเยาวชนตลอดกาลของลิเวอร์พูลมาร่วมทีม และสามารถทำให้วิลสันกลายเป็นสตาร์ของทีมได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตัวที่ยืมจากเชลซีอย่าง เมสัน เมาท์ และฟิกาโย โทโมรี ก็เล่นได้เยี่ยม

2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเชลซีในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ หรือพูดให้ชัดกว่านั้นคือแย่ที่สุดนับตั้งแต่ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทกโอเวอร์กิจการสโมสรเมื่อปี 2003

ไม่เพียงแต่ผลงานในสนามจะตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย ทีมยังเต็มไปด้วยปัญหาสารพัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในสนาม นอกสนาม และที่แย่ที่สุดคือตัวของอบราโมวิชเองก็มีปัญหาหนักไม่แตกต่างกันจากปัญหาความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างอังกฤษและรัสเซีย (จากกรณีสายลับสองหน้า เซอร์เกย์ สกรีปอล ที่อังกฤษกล่าวหาว่ารัสเซียวางยาพิษ) จนทำให้เขาถูกปฏิเสธที่จะต่ออายุวีซ่าในการเข้ามาประกอบธุรกิจในสหราชอาณาจักร

ปัญหาส่วนตัวของอบราโมวิชทำให้ทุกอย่างของเชลซีชะงักงันตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในการซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพ ซึ่งปกติแล้วทีมสิงห์บลูส์แห่งลอนดอนเป็นหนึ่งในทีมที่ ‘ทุ่ม’ มากที่สุด เมื่อมีปัญหางบประมาณต่างๆ ก็ลดทอนลงไป ไปจนถึงโครงการลงทุนสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ที่สุดแสนอลังการเป็นอภิมหาโปรเจกต์ระดับพันล้านปอนด์ก็ถูกชะลอเอาไว้ก่อน

สัญญาณเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อสถานการณ์ภายในสแตมฟอร์ดบริดจ์อย่างมากครับ โดยเฉพาะความกลัวว่าถ้าอบราโมวิชตัดสินใจจะทิ้งเชลซีขึ้นมา พวกเขาจะทำอย่างไร

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนสิ่งที่น่ากลัวนั้นยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้ครับ เพราะการจะขายสโมสรระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ เหมือนขายของตลาดนัดมือสอง เพราะมูลค่าของสโมสรนั้นสูงมหาศาล การจะค้นหากลุ่มทุนใดๆ ที่มีความพร้อมจะเข้ามาประกอบกิจการต่อยากเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร

อีกทั้งด้วย ‘แพสชัน’ ที่มีต่อเกมฟุตบอลทำให้ โรมัน อบราโมวิช ลังเลที่จะเสียสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ของเขาไป

ด้วยเหตุนี้ทำให้ Roman Empire จะยังคงอยู่ต่อไป อย่างน้อยก็ในช่วงเวลา 2-3 ปีข้างหน้านี้

เพียงแต่สโมสรเชลซีประสบปัญหาใหม่ที่เป็นปัญหาใหญ่เพิ่มอีกอย่าง เมื่อพวกเขาถูกตัดสินลงโทษห้ามซื้อผู้เล่นเป็นเวลา 2 รอบตลาดการซื้อขาย (ฤดูร้อน 2019 และฤดูหนาว 2020) จากความผิดฐานการละเมิดกฎในการซื้อผู้เล่นเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และการที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่ 3 ในเรื่องของการเจรจาซื้อขายผู้เล่น

การถูกลงโทษแบนนั้นส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างร้ายกาจครับ โดยเฉพาะต่อแผนการปรับปรุงทีมที่เริ่มเห็นได้ชัดว่าถูกสองทีมที่ดีกว่าในเวลานี้อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ทิ้งห่างออกไปพอสมควรในฤดูกาลที่ผ่านมา

2 รอบตลาดการซื้อขายนั้นไม่ได้มีความหมายแค่การถูกจับแช่แข็งเอาไว้แค่ปีเดียวครับ เพราะในเชิงฟุตบอลแล้วมันมีโอกาสที่เชลซีจะต้องใช้เวลามากกว่า 3-4 ปีในการจะไล่ตามคู่แข่งกลับมาทันอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของสโมสรอย่างอบราโมวิชไม่สามารถใช้อำนาจทางการเงินแก้ไขปัญหาได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะด้วยความบ้าคลั่งของตลาดการซื้อขาย หรือการที่มีกฎ Financial Fair Play ที่สอดส่องให้ทุกสโมสรอยู่ในครรลองคลองธรรมเรื่องการใช้เงิน

เชลซีพยายามต่อสู้คดีมาครึ่งปีแล้วครับ โดยได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ของฟีฟ่า แต่ถูกปฏิเสธคำร้องเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้พวกเขาตัดสินใจยื่นเรื่องต่ออนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) 

เป้าหมายคือหากจะไม่รอดจากการถูกลงโทษจริง อย่างน้อยก็ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองเลื่อนการลงโทษออกไปก่อนจนกว่าจะมีการตัดสิน ซึ่งนั่นหมายถึงเชลซีจะมีโอกาสและเวลาในการซื้อผู้เล่นในช่วงตลาดการซื้อขายรอบนี้ ซึ่งเหลือเวลาถึงแค่วันที่ 8 สิงหาคมเท่านั้นตามระยะเวลาทำการของตลาดนักเตะอังกฤษ หรือรอบหน้าในช่วงต้นปี

แต่สถานการณ์นี้ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร และในเวลาแบบนี้ เป็นการดีกว่าหากประเมินสถานการณ์เอาไว้ ‘เลวร้ายที่สุด’ ก่อนหรือหมดสิทธิ์ซื้อผู้เล่นใหม่

ทางออกของเรื่องนี้ที่พวกเขาจะทำได้มีสองอย่างครับ 

อย่างแรกคือรักษาผู้เล่นที่มีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และอย่างต่อมาคือหันมาผลักดันผู้เล่นเยาวชนของสโมสรเองที่มีอยู่มากมาย

นั่นนำไปสู่การแก้ไขโจทย์ต่อไปของเชลซี เมื่อพวกเขาจำเป็นต้องมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่เพื่อแทนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือชาวอิตาลีที่สามารถพาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นทีมอันดับ 3 และได้แชมป์ยูโรปาลีกมาครอง

อันที่จริงความสำเร็จนั้นดีพอที่จะทำให้ซาร์รีได้ทำงานต่อในเดอะบริดจ์ครับ แต่จากสิ่งที่เจ้าตัวเผชิญตลอดฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับแฟนบอล ไปจนถึงความสัมพันธ์กับผู้เล่นในสนามที่ลุกลามร้ายแรงถึงขั้นที่เกิดเหตุไม่คาดคิดในนัดชิงลีกคัพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อ เกปา อาร์ริซาบาลากา ผู้รักษาประตูอายุน้อย ขัดขืนคำสั่งไม่ยอมถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ซึ่งเป็นจุดตกต่ำที่สุดของซาร์รีกับเชลซี

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ซาร์รีไม่ขออยู่ทำงานที่เชลซีต่อไป และโชคดีที่ได้โอกาสไปคุมทีมที่ใหญ่กว่าอย่างยูเวนตุส

เก้าอี้ที่ว่างลงตรงม้านั่งสำรองของเชลซีนั้นยังน่าหลงใหลครับ เพียงแต่จากสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถูกลงโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่นที่ทำให้งานกอบกู้ยากกว่าเดิมหลายเท่า มาจนถึงเรื่องความไม่มั่นคงในการทำงานที่สามารถถูกปลดจากตำแหน่งได้ง่ายๆ และทิศทางของสโมสรที่ยังคลุมเครือจากปัญหาส่วนตัวของอบราโมวิช ทั้งหมดทำให้ใครก็ตามที่คิดจะมารับงานที่นี่ต้องคิดหนัก

หนักที่สุดคือการที่พวกเขาเสีย เอเดน อาซาร์ ซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งให้กับเรอัล  มาดริด ด้วย 

เรื่องจึงดำเนินมาถึงจุดที่ทีมอย่างเชลซีตัดสินใจทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน ด้วยการเสนองานให้กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตรองกัปตันทีมที่เป็นนักเตะที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสโมสรกลับมารับงานผู้จัดการทีมอีกครั้ง

ความจริงการดึงตัวอดีตผู้เล่นกลับมาทำทีมนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกของวงการฟุตบอลหรือวงการกีฬาครับ เพราะการเป็นศิษย์เก่าของที่ใดนั้นย่อมหมายถึงมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานของสโมสร นั่นเป็นข้อได้เปรียบ ไม่นับเรื่องของการสนับสนุนจากทุกฝ่าย

แต่สำหรับเชลซีเป็นเรื่องแปลก เพราะตลอดเวลาที่อบราโมวิชเป็นเจ้าของสโมสร เขาเลือกใช้งานเฉพาะผู้จัดการทีมในระดับท็อปของวงการเท่านั้น และไม่เคยใช้งานผู้จัดการทีมชาวอังกฤษมาก่อนแม้แต่คนเดียว

คนที่อบราโมวิชเลือกใช้งานประกอบไปด้วยผู้จัดการทีมชาวอิตาลี 5 คน, โปรตุเกส 2 คน, บราซิล, ดัตช์, สเปน และอิสราเอล โดยคนที่มีข้อกังขามากที่สุดคือ อัฟราม แกรนท์ คนสนิทดั้งเดิมที่ได้โอกาสในการคุมทีมช่วงสั้นๆ ในปี 2008 และคนที่หนุ่มที่สุดคือ อังเดร วิลลาส-โบอาส กุนซือดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการเมื่อ 8 ปีก่อน แต่เขามีประสบการณ์ในการทำงานมา 2 ปีในโปรตุเกส และผ่านการคุมทีมปอร์โตเหมือน ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ โฆเซ มูรินโญ มาแล้ว

สำหรับแลมพาร์ดนั้นแตกต่างจากทุกคน เพราะเพิ่งจะมีประสบการณ์ในการทำงานเพียงแค่ปีเดียว และเป็นทีมในลีกล่างอย่างดาร์บี เคาน์ตี 

กระนั้นผลงานของกุนซือมือใหม่วัย 41 ปี (อายุเท่ากับวิลลาส-โบอาสพอดี) ถือว่าใช้ได้ครับ พาทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเดอะแชมเปียนชิพ แต่แพ้ต่อแอสตัน วิลล่า พลาดการเลื่อนชั้นหวุดหวิด และทีมแกะเขาเหล็กของเขาก็ถือว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้สวยงามมีเสน่ห์พอสมควร

จุดแข็งของแลมพาร์ดยังอยู่ที่การดึงศักยภาพนักเตะดาวรุ่งมาใช้งานได้ดี ซึ่งในทีมดาร์บี เขาได้ แฮร์รี วิลสัน นักเตะเยาวชนตลอดกาลของลิเวอร์พูลมาร่วมทีม และสามารถทำให้วิลสันกลายเป็นสตาร์ของทีมได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตัวที่ยืมจากเชลซีอย่าง เมสัน เมาท์ และฟิกาโย โทโมรี ก็เล่นได้เยี่ยม

คุณสมบัติตรงนี้เองที่เชลซีหวังพึ่งในตัวเขามากเป็นพิเศษครับ เพราะทีมถึงคราวต้องพึ่งดาวรุ่งอย่าง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (ที่พวกเขาต่อสู้อย่างหนักจนสามารถรั้งตัวเอาไว้ได้), รูเบน ลอฟตัส-ชีค หรือแทมมี อับราฮัม ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ และแลมพาร์ดน่าจะเป็นคนที่ช่วยชี้นำนักเตะเหล่านี้ได้ ประคับประคองสถานการณ์ให้สโมสรไปก่อน

ความเป็น ‘ไอคอน’ ของสโมสรยังจะทำให้งานของเขาง่ายขึ้นครับ การต่อต้านที่เคยเกิดขึ้นในช่วงของซาร์รีจะไม่มีวันเกิดขึ้นในยุคของเขา ช่วง ‘ฮันนีมูน’ ในตำแหน่งจะกินระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น 


เมื่อรวมกับความเข้าใจในสถานการณ์แล้ว เป็นไปได้ที่แลมพาร์ดอาจจะไม่เผชิญเสียงวิจารณ์เลยอย่างน้อยครึ่งถึงหนึ่งฤดูกาล


และหากโชคดีมีชัย เขาอาจจะทำได้เหมือน ซีเนดีน ซีดาน กับเรอัล มาดริด ที่ไม่ได้มีประสบการณ์มากมาย แต่รู้ว่าจะต้องทำอะไรเพื่อนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ เป็นเรื่องโรแมนติกลูกหนังที่แอบฝันได้เหมือนกัน

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ โรมัน อบราโมวิช ตัดสินใจที่จะต่อสายหาแลมพาร์ดเพื่อพูดคุยด้วยตัวเองประสาคนคุ้นเคย พร้อมการันตีความปลอดภัยให้ว่าเขาจะมีเวลาในการทำงานอย่างน้อย 2 ปี

เช่นนั้นแลมพาร์ดจึงตอบตกลง

เพราะถึงจะดูเป็นความเสี่ยงสำหรับแลมพาร์ดว่าจะเป็นการรับงานใหญ่เกินตัวที่เร็วเกินไปหรือไม่ แต่อีกด้านสำหรับเชลซีและอบราโมวิช พวกเขาเองก็เสี่ยงไม่แพ้กัน

ไม่ต่างอะไรจากการเล่นเกม ‘รัสเซียนรูเล็ตต์’ 


UFABET แทงบอลได้เงินชัวร์

สนับสนุนสาระดีๆโดย UFABET

ลิเวอร์พูลหรือแมนซิตี้?ทีมไหนคนแทงแชมป์เยอะสุด

ลิเวอร์พูลหรือแมนซิตี้?ทีมไหนคนแทงแชมป์เยอะสุด

ร้านพูลเมืองผู้ดี เผยทีมไหนที่เซียนพนันวางเดิมพันจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก มากสุดก่อนเปิดซีซั่นใหม่ โดยเบอร์ 1 คนมั่นใจถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

     แล็ดโบร๊กส์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดเผยข้อมูลว่า www.ufabet369.net มีนักพนันแห่แทงว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 มากสุด 

    รายงานระบุว่า จนถึงเวลานี้มีเซียนพนันถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ “หงส์แดง” จะได้แชมป์ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า มีคนแทงตามมาเป็นอันดับสอง

อันดับทีมที่มีคนแทงว่าจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 มากสุด

1. ลิเวอร์พูล
2. แมนฯ ซิตี้
3. สเปอร์ส
4. แมนฯ ยูไนเต็ด
5. เชลซี
6. นิวคาสเซิ่ล
7. อาร์เซน่อล
8. แอสตัน วิลล่า
9. เลสเตอร์
10. วูล์ฟส์
11. เอฟเวอร์ตัน
12. นอริช
13. เวสต์แฮม
14. เชฟฯ ยูไนเต็ด
15. เซาธ์แฮมป์ตัน
16. คริสตัล พาเลซ
17. วัตฟอร์ด
18. บอร์นมัธ
19. ไบรท์ตัน
20. เบิร์นลี่ย์

    ส่วนอัตราต่อรองแชมป์นั้น แมนฯ ซิตี้ ยังเป็นเต็ง 1 ที่ราคา 4/6 (แทง 6 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) โดยที่ ลิเวอร์พูล ตามมาเป็นเต็ง 2 ด้วยราคา 9/4 (แทง 4 จ่าย 9 ไม่รวมทุน) ส่วนเต็ง 3 คือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ราคา 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

        ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ถูกยกให้เป็นเต็ง 4 ร่วมกัน ที่ราคา 25/1 (แทง 1 จ่าย 25 ไม่รวมทุน) ส่วน อาร์เซน่อล ตามมาเป็นที่ 6 ด้วยราคา 40/1 (แทง 1 จ่าย 40 ไม่รวมทุน)

ช่องทางในการติดตามข่าวสาร messengerapkapp.com

เหตุผลคล็อปป์ปัดชูถ้วยชปล.ร่วมกับเฮนเดอร์สัน

เหตุผลคล็อปป์ปัดชูถ้วยชปล.ร่วมกับเฮนเดอร์สัน

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยอมรับใจจริงอยากให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เจมส์ มิลเนอร์ มาชูถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกัน แต่เจ้านายมีเหตุผลที่บอกปัด

      จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ตัวเองต้องการให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน และ เจมส์ มิลเนอร์ รองกัปตันทีม ร่วมขึ้นมาชูถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยกัน หลังเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ทั้งคู่ตอบปฎิเสธ

    เฮนเดอร์สัน ซึ่งลงทุนสักภาพโทรฟี่แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เอาไว้ที่ต้นขาซ้ายเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ เผยผ่าน เทเลกราฟ สื่อเมืองผู้ดีว่า “ผมคิดว่า ตัวผม, มิลลี่ (มิลเนอร์) และเจ้านาย ควรจะได้มาชูถ้วยแชมป์ร่วมกัน” 

    “ผมขอร้อง มิลลี่ และเจ้านาย เนื่องจากผมคิดว่า มิลลี่  มีส่วนสำคัญในทีม ผมรู้ว่า ตัวเองสวมปลอกแขนกัปตันเวลาที่ผมลงเล่น แต่เขาก็สวมมันหลายหนเวลาที่ผมไม่ได้ลงเล่น เขามีส่วนสำคัญในห้องแต่งตัว หากไม่มีเขามันคงแตกต่างออกไปเช่นเดียวกับผู้จัดการทีม” 

    “สิ่งที่เราทำในค่ำคืนนั้นคงเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีผู้จัดการทีมคนนี้ อย่างไรก็ตาม เขาปฎิเสธที่จะรับถ้วยแชมป์ร่วมกับผม เขาบอกว่า “ไม่ ผมไม่ได้วางแผนกับเรื่องนี้มาก่อน” สำหรับผมแล้ว ภาพถ่ายจะมีความหมายเดียวกันหากผู้จัดการทีมชูถ้วยแล้วผมยืนอยู่ข้างหลังเขา” เฮนโด้ กล่าว

    ด้าน มิลเนอร์ มองว่า เฮนเดอร์สัน คู่ควรที่สุดแล้วกับการชูถ้วยแชมป์ โดยเผยว่า “หากคนอื่นที่ไม่ใช่นายเป็นคนชูถ้วยแชมป์ละก็ พวกเขาจะโดนทุ่มลงพื้นแน่” 


ช่องทางในการติดตามข่าวสาร   messengerapkapp.com

สนันสนุนโดย  UFABET 369

หงส์อุ่นพ่าย 2 นัดติด ! ลิเวอร์พูลสุดบู่โดนเซบีย่า10คนทุบนาทีท้าย

หงส์อุ่นพ่าย 2 นัดติด

หงส์อุ่นพ่าย 2 นัดติด “หงส์แดง” ฟอร์มอุ่นเครื่องยังแย่ต่อเนื่องหลังพ่ายเป็นเกมที่สองติดต่อกัน เมื่อโดน เซบีย่า ที่เหลือแค่ 10 คนพลิกแซงเอาชนะในช่วงนาทีสุดท้าย 2-1 ในเกมกระชับมิตร เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 

ลิเวอร์พูล ลงเล่นเกมปรีซีซั่นอุ่นเครื่องที่สหรัฐฯเกมแรกไปแล้ว แทงบอลออนไลน์ ก่อนพ่ายให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาแบบสนุก 2-3 

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ “หงส์แดง” ได้ส่ง แอนดี้ โลเนอร์แกน นายด่านวัย 35 ปี ที่ไร้สังกัดลงเฝ้าเสา ซึ่งอดีตนายด่านของลีดส์ ยูไนเต็ด ได้ร่วมเดินทางไปกับทัวร์ของ ลิเวอร์พูล และมีโอกาสออกสตาร์ทตัวจริงในเกมพบกับ เซบีย่า หลังนายทวารของหงส์ต่างมีอาการบาดเจ็บ

แนวรับจัดชุดใหญ่มีแค่ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ที่ได้รับโอกาสยืนเซ็นเตอร์แบ็กกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แดนกลางส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เดินเกมร่วมกับ จอร์จิโย่ ไวจ์นัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขณะที่สามประสานแดนหน้าเป็น เบน วู้ดเบิร์น, แทงบอลสเต็ป  ดิว็อค โอริกี้ และ แฮร์รี่ วิลสัน

ขณะที่ เซบีย่า ทีมดังจากลาลีกาสเปน ล่าสุดอุ่นเครื่องเอาชนะ เอฟซี ดัลลัส 3-1 ซึ่งบรรดาแข้งใหม่ไม่ว่าจะเป็น ลุค เดอ ย็อง และโยอัน จอร์แดน ต่างก็ประเดิมพังตาข่ายได้แล้ว และเกมนี้ยังได้ออกสตาร์ตัวจริงเช่นเดิม

แค่ 4 นาทีแรก “หงส์แดง” เกือบได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว หลัง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผ่านบอลให้ ดิว็อค โอริกี้ ซัดไปติดเซฟของ เซร์คิโอ รีโก้

เกมรุกของเซบีย่าเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ นาที 13 ลุค เดอ ย็อง หัวหอกตัวใหม่ที่ย้ายมาจาก พีเอสวี ลองอัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไม่พ้นมือ แอนดี้ โลเนอร์แกน 

ลูกทีมของ คล็อปป์ ครองบอลค่อนข้างเป็นรองแถมโอกาสลุ้นประตูกลายเป็นทีมดังจากอันดาลูเซียที่ทำได้เหนือกว่า  ก่อนนาที 37 เซบีย่า จะพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลจาก เฆซุส นาบาส ครอสไปแฉลบ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก่อนมาเข้าทางของ  โนลิโต้ วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงาม

หงส์อุ่นพ่าย 2 นัดติด

แต่ก่อนหมดเวลาแค่นาทีเดียว นาที 44 หงส์แดง มาพังประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะลูกคอนเนอร์ทางด้านขวา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดเข้ากลางมาให้ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เทกตัวโขกไปติด ดีเอโก้ การ์ลอส ก่อนบอลจะตกหน้า  ดิว็อค โอริกี้ หวดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปไม่เหลือ

จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอกับ เซบีย่า 1-1

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่หงส์แดงเปลี่ยนทีเดียวยกชุดส่งอีก 11 แข้งสำรองลงไปเล่นแทนชุดแรก สามแนวรุกดันดาวรุ่งทั้ง เคอร์ติส โจนส์, ไรอัน เคนท์ และรีแอน บรูว์สเตอร์ ล่าตาข่าย

นาที 69 ลิเวอร์พูล เกือบพลิกแซงขึ้นนำบ้าง หลัง ไรอัน เคนท์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบแต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของ โทมัส วาซลิก ที่ปัดออกหลังไปได้

นาที 76 เซบีย่า ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง โฌริส ญาญง โดนใบแดงไล่ออกจากสนามโดยตรง หลังเล่นน่าเกลียดวิ่งเข้าไปเตะ ยาสเซอร์ ลารูชี่ ด้านหลังจนร่วงไปนอนเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คล็อปป์ ต้องเปลี่ยนเอา บ็อบบี้ ดันแคน ลงไปเล่นแทนในนาที 81 

แม้ทัพหงส์ ตัวผู้เล่นจะเหนือกว่าแต่ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถเจาะตาข่ายลูกทีมของ ฆูเลน โลเปเตกี ได้ กลับกลายเป็นโดย เซบีย่า ยิงขึ้นนำในนาทีสุดท้าย หงส์อุ่นพ่าย 2 นัดติด จากจังหวะสวนกลับบอลวางยาวมาถึง มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ทางด้านขวาก่อนล้มตัวปาดบอลเข้าไปหน้าประตูโล่งๆให้ อเลฮานโดร โปโซ แตะหลบ ซิมง มิโญเลต์ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างใจเย็น 

จบเกม เซบีย่า ที่เหลือแค่ 10 คน แซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ส่งผลให้อุ่นเครื่องที่แดนสหรัฐฯพ่ายรวดทั้งสองเกม โดยโปรแกรมนัดต่อไปของ ลิเวอร์พูล จะพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งเป็นโปรแกรมนัดสุดท้ายของการทัวร์ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฏาคม นี้

ติดตามและความสารได้ที่ messengerapkapp.com พร้อมกับติดตามโปรโมชั่นได้ที่ www.ufabet369.net เว็บพนันบอลออนไลน์ดี ที่สุดในประเทศไทย การรันตีรับประกันจากเซียนพนันมืออาชีพ สนใจสมัคร คลิก >>> @ufa369v2 สมัคสมาชิกไม่กี่นาที รับ  Usernamer และ Password รับไปเลย และระบบ ฝาก – ถอน ดีที่สุด

☆ บอล 4 ตังค์ คอม 0.5

☆ ฝาก-ถอน ไม่มีขั้นต่ำ

☆ สเต็ปเริ่มต้น 2 คู่เพียง 10 บาท

☆ แนะนำเพื่อน ได้โบนัส 10%

☆ สมัครเลย  @ufa369v2

เผยเหรียญรางวัลโตเกียว2020ทำจากมือถือรีไซเคิ่ล

เผยเหรียญรางวัลโตเกียว2020ทำจากมือถือรีไซเคิ่ล

ฝ่ายจัดการแข่งขัน โตเกียว เกมส์ 2020 ได้ทำการเปิดตัวเหรียญรางวัลสำหรับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โดยงานนี้ทุกเหรียญถูกทำขึ้นมาจากโทรศัพท์รีไซเคิล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

               ญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก เกมส์  หรือ “โตเกียว 2020” ได้มีการเปิดเผยเหรียญรางวัลสำหรับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โดยทุกเหรียญทำจากโทรศัพท์มือถือรีไซเคิลจำนวน 78,985 ตัน 

              สำหรับเหรียญรางวัลทั้งหมดมีการใช้โทรศัพท์มือถือรีไซเคิลประมาณ 6.21 ล้านเครื่อง และนำมาผสมกับโลหะสกัดทั้งทอง 32 กิโลกรัม, เงิน 3,500 กิโลกรัมและทองแดง 2,200 กิโลกรัม โดยมีการระบุว่านี่คือเหรียญรางวัลในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการโอลิมปิก

               ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ผุดโครงการนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยการรณรงค์ให้ชาวแดนอาทิตย์อุทัย ร่วมกับบริจาคมือถือเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้ที่ออกแบบก็คือ จุนอิจิ คาวานิชิ ซึ่งผลงานของเขาถูกคัดเลือกมาจากผลงานของนักออกแบบมากกว่า 400 แบบ โดยเหรียญรางวัล “โตเกียว เกมส์” จะเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นพยายาม เกียรติยศ และมิตรภาพของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน

             ทั้งนี้ มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติจะเริ่มเปิดฉากในวันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


ช่องทางในการติดตามข่าวสาร  messengerapkapp.com

สนันสนุนโดย  ufabet369.net

UFABET คาสิโนมือถือ พาเที่ยว โลซานน์ เมืองเล็กน่ารัก

UFABET คาสิโนมือถือ โลซานน์ อ้อมกอดของขุนเขาและติดกับทะเลสาบเจนีวา

UFABET คาสิโนมือถือ เอกอล นูเวล เดอ ลา ซูอิส โรมองต์’ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) และมหาวิทยาลัยโลซานน์ (Lausanne University) เป็นสถานที่ศึกษาของรัชกาลที่ 9 และจะว่าไปมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เป็นสถาบันศึกษาของทั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และรัชกาลที่ 8 เช่นกัน

     สวิตเซอร์แลนด์อาจจะมีเมืองสวยๆ ที่น่าเที่ยวมากมาย แต่สำหรับนักเดินทางชาวไทยแล้ว คงไม่มีเมืองไหนที่มีความหมายเท่าเมืองโลซานน์ (Lausanne) อีกแล้ว  

     เพราะนี่คือเมืองที่ใครได้ไปเยือนแล้ว ก็เหมือนได้เดินทาง จึงถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์    โลซานน์เป็นเมืองริมน้ำที่มีทะเลสาบ Lake Geneva (Lac Léman) ทอดตัวเป็นแนวยาวสวยจับใจ

โลซานน์ เป็นเมืองหลวงแสนสงบของรัฐโวด์ (Vaud) อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและติดกับทะเลสาบเจนีวา ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเจนีวา หรือจะข้ามไปเมืองเอเวียงของฝรั่งเศสก็ยังได้ และเพราะอยู่ใกล้ประเทศฝรั่งเศสขนาดนี้ คนในโลซานน์จึงสื่อสารด้วยภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก บรรยากาศโดยทั่วไปมีความสงบ อบอุ่นน่ารัก ส่วนกิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็มีหลากหลายสไตล์ และนี่คือสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อไปถึงโลซานน์ค่ะ

     ลำพังแค่บรรยากาศของเมืองโลซานน์ก็งดงามและโรแมนติกอยู่แล้ว แต่ยิ่งเป็นเมืองที่มีความหมายต่อคนไทยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้โลซานน์น่าทำความรู้จักมากขึ้น

     เมืองโลซานน์นั้นตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา หากเดินทางจากเจนีวาโดยรถไฟใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น รายรอบทะเลสาบมีชุมชนตั้งอยู่ หากนั่งรถไฟลัดเลาะมาก็จะเห็นทัศนียภาพที่งดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวสวิสตามริมชายน้ำ

     นอกจากจะห้อมล้อมไว้ด้วยธรรมชาติและอากาศดีๆ แล้ว เมืองนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ละแวกนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้คนในสมัยก่อน จะทำการปักหลักและย้ายที่อยู่ไปอยู่บนเนินเขารายรอบทะเลสาบ

     ถ้าไปถึงโลซานน์แล้ว มีหลายมุมของเมืองนี้ที่ควรมุ่งหน้าไปเยือน แต่มุมแรกที่ควรไปเยือนคือย่านอุชชี (Ouchy) ที่ทอดตัวอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ที่นี่มีท่าเรือโลซานน์-อุชชี ซึ่งสามารสัญจรทางน้ำไปหาเมืองเจนีวาและมองเทรอซ์ได้

     ย่านอุชชีมีทางเดินเลียบทะเลสาบประมาณ 1 กิโลเมตรที่มองเห็นวิวทิวทัศน์อย่างสบายตา หากไปถึงมุมนี้ในวันที่ดินฟ้าอากาศเป็นใจ ก็จะเห็นเทือกเขาแอลป์เผยโฉมให้เห็น  

     ละแวกนี้ถือเป็นมุมสุนทรีย์และรื่นรมย์ ริมฝั่งทะเลสาบมีพ่อแม่หอบลูกจูงหลานมาเดินเล่นกัน เอาขนมปังมาให้นก บ้างก็มาจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน และยังมีคาเฟ่และร้านอาหารตั้งเรียงรายเต็มไปหมด บรรยากาศสบายๆ จึงหาได้จากแถวนี้     

     ใกล้กับท่าเรือเป็นชาโต ดิ อุชชี เดิมทีที่นี่เป็นปราสาทสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ทุกวันนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงแรมหรู ใครอยากพักตามที่พักเก่าแก่แต่หรูหราริมทะเลสาบจะลองพักที่นี่ก็ได้ ที่จริงแล้วชาโต ดิ อุชชียังมีความสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่นี่เคยถูกใช้เป็นสถานที่ในการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างตุรกีและกรีซช่วงปี 1923 อีกด้วย

     ยังมีถนนอีก 2 สายที่เมื่อไปถึงโลซานน์แล้วควรจะแวะไป นั่นคือถนนอาวองต์ โพสเต (Avant Poste) ถนนที่มีอพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะ อันเป็นสถานที่ที่พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 เสด็จประทับตั้งแต่ปี 2493 หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงราชาภิเษกกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพราะพระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 มีพระประสงค์ให้ทั้ง 2 พระองค์มีความเป็นส่วนตัว จึงทรงย้ายมาประทับที่นี่

     ยังมีถนนอีกสายหนึ่งอย่างถนนทิสโซต์ (Tissot) ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ที่พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 9 ทรงเคยใช้เป็นที่ประทับ ไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีทั้งตลาดและสถานีรถไฟ ด้านหลังเป็นสวนที่กษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ของคนไทยทรงโปรดที่จะมาวิ่งเล่นอยู่เป็นประจำ

     หลายคนไปตามหาโรงเรียนที่ชื่อ ‘เอกอล นูเวล เดอ ลา ซูอิส โรมองต์’ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) และมหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) เพราะเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 9 เสด็จมาประทับที่เมืองโลซานน์ก็ได้ทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ จากนั้นก็ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ จะว่าไปมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถาบันศึกษาของหลายพระองค์ ทั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์และรัชกาลที่ 8

โรงแรมโบริวาจ (Beau Rivage) ที่พระบรมราชชนกในรัชกาลที่ 9 ทรงเลือกเป็นที่พักหลังอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ ยังเป็นโรงแรมริมทะเลสาบที่หรูหราที่สุดในเมืองโลซานน์ ครั้นมีพระโอรสและพระธิดาก็มักจะมาเดินเล่นและพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบเสมอๆ โดยรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการเล่นเรือใบในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างมาก 

     

สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เมื่อไปถึง ชาวไทยต้องตามหาโรงแรมแห่งนี้ นั่นคือ โรงแรมโบริวาจ (Beau Rivage) ที่พระบรมราชชนก ในรัชกาลที่ 9 ทรงเลือกเป็นที่พักหลังอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ เพราะเป็นโรงแรมริมทะเลสาบที่หรูหราที่สุดในเมืองโลซานน์ ครั้นมีพระโอรสและพระธิดาก็มักจะมาเดินเล่นและพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบเสมอๆ โดยรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการเล่นเรือใบในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างมาก

     แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 100 ปีแล้ว แต่วันนี้โรงแรมโบริวาจยังคงดูคลาสสิกและยังคงเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของเมืองโลซานน์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มักเสด็จฯ มาประทับที่โบริวาจทุกครั้งเมื่อเสด็จฯ เยือนโลซานน์

     และหากใครมีเวลามากพอ แนะให้ไปเดินเล่นในเมืองเก่าของโลซานน์ ที่ร่ำลือกันถึงเรื่องความสวยและคลาสสิก มีทั้งคาเฟ่และร้านรวง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือมหาวิหารแห่งเมืองโลซานน์อันยิ่งใหญ่ ที่ด้านข้างเป็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเก่าที่งดงามเหลือเกิน   

     มหาวิหารแห่งนี้สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 แต่กว่าจะแล้วเสร็จใช้เวลาประมาณ 45 ปี ซึ่งก็ยังไม่ได้สวยสมบูรณ์อย่างที่เห็นตอนนี้ แต่ค่อยๆ เพิ่มเติมเสริมแต่งไปเรื่อยๆ และในช่วงที่มีการปฏิรูปศาสนาราวๆ ปี 1536 มหาวิหารแห่งนี้ถูกรื้อปรับปรุงอีกหลายจุด และบูรณะขึ้นใหม่อีกหลายครั้งหลายครา  

     หากคุณเคยผ่านโลซานน์ขณะไปสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว การเดินทางไปเมืองโลซานน์แสนสวยครั้งหน้าอาจเปลี่ยนไป ก็เพราะความรู้สึกตื้นตันอะไรสักอย่างที่บีบในอก บ่งบอกว่าคุณกำลังคิดถึงใครบางคนสุดหัวใจ


UFABET เว็บแทงบอล มุ่งมั่นแบบมีกระบวนการ เรียนรู้และทำซ้ำ

UFABET เว็บแทงบอล โฟกัสสิ่งสำคัญ มุ่งมั่นแบบมีกระบวนการ เรียนรู้และทำซ้ำ 5 ขั้นตอนสู่การทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ

Image result for เรียน

UFABET เว็บแทงบอล

  • ความสามารถในการแบ่งว่าอะไรที่ ‘สำคัญ’ ต่อเป้าหมาย และทำมันก่อนโดยไม่ถูกกระแสของความเร่งด่วนถาโถมเข้ามา ถือเป็นทักษะลำดับแรกๆ ที่จะทำให้เป้าหมายขององค์กรสำเร็จได้
  • เมื่อเรามีเรื่องที่เราต้องการจะโฟกัสแล้ว เราต้องหาวิธีการย้ำเรื่องนั้นทุกๆ วัน การตั้งเป้าหมายและไม่มีแผนงานติดตาม เป็นเป้าหมายที่จะล้มเหลวค่อนข้างแน่นอน
  • ในชีวิตจริง ‘วินัย’ หรือ ‘ความมุ่งมั่น’ เป็นทรัพยากรที่มีจำกัดสำหรับแต่ละคน หมายความว่า ‘วินัย’ หรือความมุ่งมั่นอย่างนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้งานใหญ่ๆ สำเร็จได้ แต่สิ่งที่จะช่วยได้คือ กระบวนการ

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง Radical Focus ซึ่งพูดถึงการจัดการเรื่องราวต่างๆ ในบริษัทว่าอะไรเป็นปัจจัยให้บางองค์กรทำเรื่องราวสำเร็จมากมาย ในขณะที่หลายองค์กรก็ยังย่ำอยู่กับที่

ผมอ่านถึงกลางๆ เล่มแล้วมีส่วนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถทำสิ่งที่เราอยากทำให้เสร็จได้ (Why we can’t get things done) ซึ่งผมชอบมาก เลยขอเอามาเรียบเรียงด้วยเรื่องราวของผมบางส่วนแล้วเขียนไว้เตือนตัวเองครับ

สาเหตุที่เราทำในสิ่งที่เราอยากได้ไม่ได้สักทีมี 5 สาเหตุหลักด้วยกัน

1. เราไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ที่เราต้องทำดีพอ (We haven’t prioritized our goals)

เคยมีคำพูดที่ว่า “If everything is important nothing is important” (ถ้าทุกสิ่งสำคัญ ก็ไม่มีอะไรสำคัญ)

หลายครั้งเวลาเราเห็นงานที่เราจะต้องทำ เรามองแบบผ่านๆ เราจะรู้สึกว่ามันสำคัญพอๆ กันหมด ทั้งที่จริงแล้วถ้าเรามาพิจารณาดีๆ จะพบว่างานของเราแต่ละอย่างนั้นมีความสำคัญต่อเป้าหมายหลักแตกต่างกันมากทีเดียว

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรามักเรียงความสำคัญของงานผิด หรือจะเรียกว่า Enemy of Prioritisation ก็คงไม่ผิดนักก็คือ เราสับสนระหว่าง ‘ความสำคัญ’ และ ‘ความเร่งด่วน’

ถ้าเราเริ่มงานทุกวันโดยทำแต่งานที่เร่งด่วนอย่างเดียว เวลาจำนวนมากจะเสียไปกับการทำงานที่ ‘เร่งด่วน’ แต่ ‘ไม่สำคัญ’

ความสามารถในการแบ่งว่าอะไรที่ ‘สำคัญ’ ต่อเป้าหมายและทำมันก่อนโดยไม่ถูกกระแสของความเร่งด่วนถาโถมเข้ามาจึงเป็นทักษะลำดับแรกๆ ที่จะทำให้เป้าหมายขององค์กรสำเร็จได้

วิธีการแก้คือ การโฟกัสไปที่เป้าหมายแบบไม่ลดละ การจะโฟกัสได้ต้องทำให้เป้าหมายมีจำนวนน้อยพอที่เราจะไม่ถูกทำให้ไขว้เขวจากความวุ่นวายของวันทำงานได้

พลังแห่งการโฟกัสจะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว

ทุกเช้าก่อนเริ่มทำงานให้ถามตัวเองเสมอว่า “งานที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำให้เสร็จในวันนี้คืออะไร”

2. เราไม่ได้สื่อสารถึงเป้าหมายให้คนอื่นเข้าใจได้ดีพอ และไม่ได้สื่อสารเยอะพอ (We haven’t communicated the goals obessively and comprehensively)

ซีอีโอของ LinkedIn เคยกล่าวไว้ว่า “When you are tired of saying it, people are starting to hear it”

แปลง่ายๆ ว่า เมื่อคุณพยายามสื่อสารกับเป้าหมายจนกระทั่งคุณรู้สึกท้อ เมื่อนั้นเองที่คนอื่นจะเริ่มเข้าใจว่าคุณต้องการจะบอกอะไร

ผมเห็นด้วยกับเรื่องนี้มากๆ เลยครับ

หลายครั้งที่เราเขียนอีเมลยาวหนึ่งหน้า A4 โดยไม่ทำอะไรเพิ่มอีก แล้วเราคาดหวังว่าคนทั้งบริษัทจะเข้าใจสิ่งที่เราเขียนและทำตาม อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดถนัด

การสื่อสารโดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญอย่าง ‘เป้าหมายขององค์กรในปี 2019’ ไม่สามารถทำด้วยการเขียนอีเมลครั้งเดียว จัดสัมมนาครั้งเดียว ทำเวิร์กช็อปครั้งเดียว ประกาศครั้งเดียว ทำ Town Hall ครั้งเดียว ฯลฯ

แต่มันคือการทำทั้งหมดที่ว่า และเยอะกว่านั้นอีกหลายๆ ครั้งต่างกรรมต่างวาระ แล้วคนจะเริ่มเก็ตครับ

นั่นหมายความว่าเมื่อเรามีเรื่องที่ต้องการจะโฟกัสแล้ว เราต้องหาวิธีการย้ำเรื่องนั้นทุกๆ วัน ไม่ว่าขนาดของทีมคุณจะเป็น 3, 30, 300 หรือ 30,000 คนก็ตาม

การย้ำต้องผ่านกระบวนการหลายอย่างมากเช่น การทำ Weekly Check-in, การส่ง Status Update ทางอีเมล, การทำ Visualisation ในที่ทำงานให้ทุกคนเห็น ฯลฯ

การตั้งเป้าหมายและไม่มีแผนงานติดตาม เป็นเป้าหมายที่จะล้มเหลวค่อนข้างแน่นอนครับ

3. เราไม่มีแผนการที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ (We don’t have plan to get things done)

ผมขอเล่าเรื่องของการทดลองของ Roy Baumeister เกี่ยวกับเรื่องของ ‘ความตั้งใจ’ ให้ฟังครับ

ในปี 1996 Roy Baumeister และทีมงานได้ทำการทดลองโดยนำคน 67 คนเข้ามาในห้องที่มีกลิ่นหอมของคุกกี้ช็อกโกแลตชิปที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ แล้วแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม

คนกลุ่มแรกได้กินคุกกี้ที่มีกลิ่นหอมนั้น ในขณะที่กลุ่มที่สองไม่ได้กิน แต่ได้รับการขอให้กินหัวไชเท้าแทน

ลองนึกภาพตามนะครับ คุณอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคุกกี้อบเสร็จใหม่ๆ แต่คุณต้องกินหัวไชเท้าซึ่งไม่อร่อยเอาซะเลย แถมยังต้องดูคนอื่นกินคุกกี้อีกต่างหาก บางคนที่ต้องกินหัวไชเท้าถึงขั้นหยิบคุกกี้ขึ้นมาดมแล้ววางลง เรียกว่าไม่ได้กินแต่ได้ดมกลิ่นก็ยังดี

พอเสร็จจากห้องแรกแล้วทั้งหมดก็ถูกพาไปห้องที่สองเพื่อทำการแก้โจทย์ปัญหาครับ ผลปรากฏว่ากลุ่มคนที่ได้กินหัวไชเท้านั้นพยายามแก้โจทย์ปัญหาเพียงไม่กี่ครั้งก็เลิกทำแล้ว ในขณะที่กลุ่มคนที่ได้กินคุกกี้ใช้จำนวนครั้งของความพยายามมากกว่าถึงสองเท่า

การทดลองครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่ากลุ่มคนที่ต้องกินหัวไชเท้านั้น ใช้ความ ‘ตั้งใจ’ ไปกับการพยายามไม่กินคุกกี้เยอะแล้ว เลยเหลือพลังงานในการทำโจทย์ไม่เยอะ

พูดง่ายๆ คือคนที่ต้องกินหัวไชเท้า ‘เหนื่อยแล้ว’ เพราะต้องใช้พลังในการห้ามใจไม่กินคุกกี้ไปเยอะแล้ว

ในชีวิตจริงก็เหมือนกันครับ ‘วินัย’ หรือ ‘ความมุ่งมั่น’ เป็นทรัพยากรที่มีจำกัดสำหรับแต่ละคน

หมายความว่าวินัยหรือความมุ่งมั่นอย่างนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้งานใหญ่ๆ สำเร็จได้

แต่สิ่งที่จะช่วยได้คือ กระบวนการครับ

ถ้าเราอยากวิ่งเร็ว การมีวินัยลากตัวเองออกจากที่นอนมาวิ่งอย่างเดียวคงไม่พอ แต่การมีโค้ชประกบทุกวันนั้นจะช่วยได้แน่ๆ เพราะการผสานวินัยและกระบวนการเข้าด้วยกัน

อย่างการทำงานเราอาจจะมี OKRs ที่ฮึกเหิมเป็นเป้าหมาย แต่กระบวนการล้อมรอบมันทั้ง Weekly Check-in การอัปเดตงานที่ดี และกระบวนการต่างๆ อีกมากมาย

4. เราไม่ได้เผื่อเวลามาทำเรื่องสำคัญ (We haven’t made time for what matters)

Dwight Eisenhower เคยกล่าวไว้ว่า

“What is important is seldom urgent, and what is urgent is seldom important”

สิ่งที่สำคัญมักไม่ด่วน สิ่งที่ด่วนมักไม่สำคัญ

เราคงคุ้นเคยกับ Priority Matrix ที่คิดโดยไอเซนฮาวร์ ที่มีอยู่ 4 ช่อง ประกอบไปด้วย

  1. เรื่องสำคัญที่ด่วน
  2. เรื่องสำคัญที่ไม่ด่วน
  3. เรื่องไม่สำคัญที่ด่วน
  4. เรื่องไม่สำคัญที่ไม่ด่วน

เรามักทำเรื่อง 1+3 เยอะ ในขณะเดียวกันเมื่อมีเวลาเหลือ เราก็ไม่มีแรงพอที่จะทำ 2 เลยทำ 4 แทน

ถ้าเป็นแบบนี้เราจะอยู่ในดินแดนแห่งวันพรุ่งนี้ คือเรื่องสำคัญที่ต้องถูกทำแต่มันยังไม่ด่วน มันจะถูกผลักไปเรื่อยๆ แล้วก็จะไม่ถูกจัดการซะที

ถ้าเราจะทำเป้าหมายให้สำเร็จได้ เราต้องจัดเวลาไว้ทำข้อ 2 ให้ได้

5. เราเลิกทำแทนที่จะเรียนรู้และทำซ้ำ

ทุกคนที่เริ่มทำอะไรใหม่ๆ มักจะล้มเหลวเสมอ ประเด็นไม่ได้สำคัญว่าทำครั้งแรกต้องทำแล้วสำเร็จเลย แต่ว่าเราต้องเข้าใจว่าการทำสิ่งใหม่ๆ มันเป็นกระบวนการ การเลิกทำตั้งแต่ครั้งแรกๆ หมายความว่าเรายังไม่เข้าสู่กระบวนการด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างต้องเรียนรู้และทำซ้ำ

การทำซ้ำไม่ใช่ทำเหมือนเดิมแล้วหวังผลที่แตกต่าง แต่คือการเรียนรู้และค่อยๆ เปลี่ยนวิธีทำไปโดยไม่หยุดทำนั่นเอง

ถ้าเราสามารถจัดการกับ 5 เรื่องนี้ได้ ผมเชื่อว่าเป้าหมายอะไรก็ไม่ยากเกินไปครับ


  • สนับสนุนบทความดีๆจาก UFABET

UFABET เว็บพนัน