UFABET คาสิโนมือถือ โลซานน์ อ้อมกอดของขุนเขาและติดกับทะเลสาบเจนีวา

UFABET คาสิโนมือถือ เอกอล นูเวล เดอ ลา ซูอิส โรมองต์’ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) และมหาวิทยาลัยโลซานน์ (Lausanne University) เป็นสถานที่ศึกษาของรัชกาลที่ 9 และจะว่าไปมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เป็นสถาบันศึกษาของทั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และรัชกาลที่ 8 เช่นกัน

     สวิตเซอร์แลนด์อาจจะมีเมืองสวยๆ ที่น่าเที่ยวมากมาย แต่สำหรับนักเดินทางชาวไทยแล้ว คงไม่มีเมืองไหนที่มีความหมายเท่าเมืองโลซานน์ (Lausanne) อีกแล้ว  

     เพราะนี่คือเมืองที่ใครได้ไปเยือนแล้ว ก็เหมือนได้เดินทาง จึงถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์    โลซานน์เป็นเมืองริมน้ำที่มีทะเลสาบ Lake Geneva (Lac Léman) ทอดตัวเป็นแนวยาวสวยจับใจ

โลซานน์ เป็นเมืองหลวงแสนสงบของรัฐโวด์ (Vaud) อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและติดกับทะเลสาบเจนีวา ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเจนีวา หรือจะข้ามไปเมืองเอเวียงของฝรั่งเศสก็ยังได้ และเพราะอยู่ใกล้ประเทศฝรั่งเศสขนาดนี้ คนในโลซานน์จึงสื่อสารด้วยภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก บรรยากาศโดยทั่วไปมีความสงบ อบอุ่นน่ารัก ส่วนกิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็มีหลากหลายสไตล์ และนี่คือสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อไปถึงโลซานน์ค่ะ

     ลำพังแค่บรรยากาศของเมืองโลซานน์ก็งดงามและโรแมนติกอยู่แล้ว แต่ยิ่งเป็นเมืองที่มีความหมายต่อคนไทยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้โลซานน์น่าทำความรู้จักมากขึ้น

     เมืองโลซานน์นั้นตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา หากเดินทางจากเจนีวาโดยรถไฟใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น รายรอบทะเลสาบมีชุมชนตั้งอยู่ หากนั่งรถไฟลัดเลาะมาก็จะเห็นทัศนียภาพที่งดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวสวิสตามริมชายน้ำ

     นอกจากจะห้อมล้อมไว้ด้วยธรรมชาติและอากาศดีๆ แล้ว เมืองนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ละแวกนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้คนในสมัยก่อน จะทำการปักหลักและย้ายที่อยู่ไปอยู่บนเนินเขารายรอบทะเลสาบ

     ถ้าไปถึงโลซานน์แล้ว มีหลายมุมของเมืองนี้ที่ควรมุ่งหน้าไปเยือน แต่มุมแรกที่ควรไปเยือนคือย่านอุชชี (Ouchy) ที่ทอดตัวอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ที่นี่มีท่าเรือโลซานน์-อุชชี ซึ่งสามารสัญจรทางน้ำไปหาเมืองเจนีวาและมองเทรอซ์ได้

     ย่านอุชชีมีทางเดินเลียบทะเลสาบประมาณ 1 กิโลเมตรที่มองเห็นวิวทิวทัศน์อย่างสบายตา หากไปถึงมุมนี้ในวันที่ดินฟ้าอากาศเป็นใจ ก็จะเห็นเทือกเขาแอลป์เผยโฉมให้เห็น  

     ละแวกนี้ถือเป็นมุมสุนทรีย์และรื่นรมย์ ริมฝั่งทะเลสาบมีพ่อแม่หอบลูกจูงหลานมาเดินเล่นกัน เอาขนมปังมาให้นก บ้างก็มาจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน และยังมีคาเฟ่และร้านอาหารตั้งเรียงรายเต็มไปหมด บรรยากาศสบายๆ จึงหาได้จากแถวนี้     

     ใกล้กับท่าเรือเป็นชาโต ดิ อุชชี เดิมทีที่นี่เป็นปราสาทสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ทุกวันนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงแรมหรู ใครอยากพักตามที่พักเก่าแก่แต่หรูหราริมทะเลสาบจะลองพักที่นี่ก็ได้ ที่จริงแล้วชาโต ดิ อุชชียังมีความสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่นี่เคยถูกใช้เป็นสถานที่ในการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างตุรกีและกรีซช่วงปี 1923 อีกด้วย

     ยังมีถนนอีก 2 สายที่เมื่อไปถึงโลซานน์แล้วควรจะแวะไป นั่นคือถนนอาวองต์ โพสเต (Avant Poste) ถนนที่มีอพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะ อันเป็นสถานที่ที่พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 เสด็จประทับตั้งแต่ปี 2493 หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงราชาภิเษกกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพราะพระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 มีพระประสงค์ให้ทั้ง 2 พระองค์มีความเป็นส่วนตัว จึงทรงย้ายมาประทับที่นี่

     ยังมีถนนอีกสายหนึ่งอย่างถนนทิสโซต์ (Tissot) ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ที่พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 9 ทรงเคยใช้เป็นที่ประทับ ไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีทั้งตลาดและสถานีรถไฟ ด้านหลังเป็นสวนที่กษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ของคนไทยทรงโปรดที่จะมาวิ่งเล่นอยู่เป็นประจำ

     หลายคนไปตามหาโรงเรียนที่ชื่อ ‘เอกอล นูเวล เดอ ลา ซูอิส โรมองต์’ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) และมหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) เพราะเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 9 เสด็จมาประทับที่เมืองโลซานน์ก็ได้ทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ จากนั้นก็ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ จะว่าไปมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถาบันศึกษาของหลายพระองค์ ทั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์และรัชกาลที่ 8

โรงแรมโบริวาจ (Beau Rivage) ที่พระบรมราชชนกในรัชกาลที่ 9 ทรงเลือกเป็นที่พักหลังอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ ยังเป็นโรงแรมริมทะเลสาบที่หรูหราที่สุดในเมืองโลซานน์ ครั้นมีพระโอรสและพระธิดาก็มักจะมาเดินเล่นและพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบเสมอๆ โดยรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการเล่นเรือใบในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างมาก 

     

สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เมื่อไปถึง ชาวไทยต้องตามหาโรงแรมแห่งนี้ นั่นคือ โรงแรมโบริวาจ (Beau Rivage) ที่พระบรมราชชนก ในรัชกาลที่ 9 ทรงเลือกเป็นที่พักหลังอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ เพราะเป็นโรงแรมริมทะเลสาบที่หรูหราที่สุดในเมืองโลซานน์ ครั้นมีพระโอรสและพระธิดาก็มักจะมาเดินเล่นและพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบเสมอๆ โดยรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการเล่นเรือใบในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างมาก

     แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 100 ปีแล้ว แต่วันนี้โรงแรมโบริวาจยังคงดูคลาสสิกและยังคงเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของเมืองโลซานน์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มักเสด็จฯ มาประทับที่โบริวาจทุกครั้งเมื่อเสด็จฯ เยือนโลซานน์

     และหากใครมีเวลามากพอ แนะให้ไปเดินเล่นในเมืองเก่าของโลซานน์ ที่ร่ำลือกันถึงเรื่องความสวยและคลาสสิก มีทั้งคาเฟ่และร้านรวง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือมหาวิหารแห่งเมืองโลซานน์อันยิ่งใหญ่ ที่ด้านข้างเป็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเก่าที่งดงามเหลือเกิน   

     มหาวิหารแห่งนี้สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 แต่กว่าจะแล้วเสร็จใช้เวลาประมาณ 45 ปี ซึ่งก็ยังไม่ได้สวยสมบูรณ์อย่างที่เห็นตอนนี้ แต่ค่อยๆ เพิ่มเติมเสริมแต่งไปเรื่อยๆ และในช่วงที่มีการปฏิรูปศาสนาราวๆ ปี 1536 มหาวิหารแห่งนี้ถูกรื้อปรับปรุงอีกหลายจุด และบูรณะขึ้นใหม่อีกหลายครั้งหลายครา  

     หากคุณเคยผ่านโลซานน์ขณะไปสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว การเดินทางไปเมืองโลซานน์แสนสวยครั้งหน้าอาจเปลี่ยนไป ก็เพราะความรู้สึกตื้นตันอะไรสักอย่างที่บีบในอก บ่งบอกว่าคุณกำลังคิดถึงใครบางคนสุดหัวใจ