UFABET แทงบอลออนไลน์ แข้งผิวสีอุรุกวัยในอเมริกาใต้(2)

UFABET แทงบอลออนไลน์ โคปา อเมริกา 1919 เวียนมาจัดที่บราซิล หนึ่งในประเทศที่มีทาสชาวแอฟริกันมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก แม้พวกเขาจะประกาศกฎหมายห้ามค้าทาสมาตั้งแต่ปี 1888 แต่ความรู้สึกแบ่งแยกระหว่างคนผิวขาวและคนผิวสี ยังคงฝังรากลึกไม่เสื่อมคลาย

ในสังคมบราซิลยุคนั้น คนผิวสีถือเป็นคนชายขอบของสังคม พวกเขาถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพ แม้ว่าจะเกิดบนผืนแผ่นดินบราซิลก็ตาม เช่นเดียวกันสำหรับวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะฝีเท้าเก่งกาจมากแค่ไหน แต่หากเป็นนักเตะผิวสี พวกเขาจะถูกมองข้าม และหมดสิทธิ์ติดธงรับใช้บ้านเกิด

ความรู้สึกไม่ยอมรับคนผิวสีไม่ใช่เฉพาะแค่คนของพวกเขาเท่านั้น แม้แต่คู่แข่งก็ไม่เว้น อันที่จริงภาพนักเตะผิวสีลงเล่นในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากในยุคนั้น การลงเล่นของ กราดิน ในทีมชาติอุรุกวัย จึงไม่ได้รับการยอมรับในบางส่วนของสังคมบราซิล โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูงและสื่อ การที่เขาทำผลงานได้โดดในโคปา อเมริกา 1919 ยิ่งทำให้เขาถูกเพ่งเล็งมากขึ้น

หนังสือพิมพ์บราซิล โจมตี กราดินและอุรุกวัยว่าเป็นพวกดุร้ายในวง UFABET บาคาร่า  และเสียดสีทีมชาติอุรุกวัยโดยใช้การ์ตูนเป็นสื่อ เฮนดริก คราย อธิบายเหตุการณ์นั้นไว้ในหนังสือ Negotiating identities in modern Latin America ของตัวเองว่า “นักประวัติศาสตร์ เลโอนาร์โด้ เปเรยร่า ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่สื่อจาก การิโอกา (Carioca) พยายามสื่อถึงฉันทามติของสาธารณชนชาวบราซิลว่า ทั้งคนดำคนขาวมีความเห็นตรงในเรื่องที่ไม่ควรให้นักเตะผิวดำเล่นเกมระดับนานาชาติ จากการที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข้อความ ‘คนดำในบราซิลไม่อยากที่จะมีผิวดำ”

อย่างไรก็ดี เปเรยราเผยว่า แม้กราดินจะถูกโจมตีจากสื่อบราซิล แต่เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชนชั้นล่างของสังคมบราซิล เขามักจะได้รับเสียงเชียร์จากกองเชียร์ UFABET แทงบอลออนไลน์ ของคู่แข่งที่เป็นชาวผิวสีอยู่เสมอ ซึ่งมันไม่เพียงเป็นการปฏิวัติทางความคิดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอล แต่ยังรวมไปถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองและสังคมของบราซิลอีกด้วย

“กราดินสมควรได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้เล่น UFABET ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกม ผลงานของเขาที่บราซิลในโคปา อเมริกา 1919 สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนผิวสีท้องถิ่นเป็นอย่างมาก” วิคกี นักเขียนจาก BBC กล่าวในบทความ Music meets football in South America

กราดิน ไม่ได้เก่งกาจแค่ในสนามฟุตบอลเท่านั้น ฝีเท้าที่ว่องไวของเขายังเคยสร้างความลือลั่นไปทั่วทั้งทวีป ปี 1918 เขาคว้า 1 เหรียญทองจากการแข่งขันวิ่ง 400 เมตร และอีก 1 เหรียญทองแดงจากวิ่ง 200 เมตรในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์อเมริกาใต้

นั่นคือจุดเริ่มต้นในความสำเร็จของกราดินในสายนักวิ่ง เมื่อสามารถคว้าเหรียญทองได้ทั้ง 2 รายการในการแข่งขันวิ่ง 400 เมตรและ 200 เมตรในปีต่อมา แถมยังสามารถป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยในกรีฑาชิงแชมป์อเมริกาใต้ 1920 และปิดฉากเหรียญสุดท้ายด้วยเหรียญทอง 400 เมตรในการแข่งขันเมื่อปี 1922

ความสำเร็จของกราดินทั้งฟุตบอลและกรีฑา ทำให้เขากลายเป็นฮีโรของประเทศ แฟนบอลยกให้เขาเป็นตำนานของทีมชาติอุรุกวัยและเปนญารอล เขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในยุคนั้น ในขณะเดียวกันก็เป็นนักวิ่งที่มีฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์หาใครจะเทียบได้

“ชายผู้ทำให้คนต้องลุกจากเก้าอี้ เมื่อเขาเริ่มติดเครื่อง UFABET แทงบอลออนไลน์ ด้วยสปีดที่น่าทึ่ง และการครองบอลที่ง่ายดายราวกับเดินอยู่” เอดูอาร์โด กาเลียโน อธิบายถึงตัวเขาในหนังสือ Soccer in Sun and Shadow เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวผิวสีไม่เพียงแค่อุรุกวัย แต่ยังรวมไปถึงชนชาติในอเมริกาใต้ ฆวน ปาร์รา เดล เรโก กวีชาวเปรูถึงขั้นแต่งกลอนเพื่อเชิดชูเขา

“ว่องไว เก่ง เพรียว เคลื่อนที่ได้เร็ว บอบบาง และทำลายล้าง” ส่วนหนึ่งจากโคลงของ เรโก  

ทว่า ในทศวรรษที่ 1920 ชีวิตของเขาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

แม้ว่า กราดิน จะได้รับการยกย่องในฐานะฮีโรของประเทศ ทว่าหลังจากนั้นชีวิตเขาก็ถึงคราวหักเห หลังเปนญารอลไปลงแข่งนัดกระชับมิตรกับสโมสรอาร์เจนตินา ที่ทำผิดกฎด้วยการเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลสมัครเล่น ที่ไม่ได้รับการรับรองจากสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา

UFABET แทงบอลออนไลน์

จากผลดังกล่าวทำให้เปนญารอล และ เซ็นทรัล อีกหนึ่งทีมที่ไปลงเตะกับทีมที่ผิดกฎถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิกสมาคมฟุตบอลอุรุกวัย และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในลีกของสมาคมฯ ทำให้พวกเขาตัดสินใจก่อตั้งสมาคมฟุตบอลของตัวเองที่ชื่อว่า Federacion Uruguaya de Football (FUF) และสร้างลีกของตัวเองเพื่อลงแข่ง โดยมีทีมร่วมชิงชัยนับ 10 ทีม

อย่างไรก็ดี จากการเล่นในลีกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ ทำให้กราดิน เพื่อนร่วมทีม รวมไปถึงนักเตะจากเซ็นทรัล ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอีกเลยนับตั้งแต่นั้น กองหน้าผิวสี ต้องพลาดโอกาสลงเล่นให้กับ อุรุกวัย ในฟุตบอลโอลิมปิก 1924 ที่สุดท้ายเป็นเจ้าของเหรียญทองในครั้งนั้นอย่างน่าเสียดาย

กราดิน และทีมชาติกลายเป็นเส้นขนานนับตั้งแต่นั้น แม้ว่าในปี 1928 เขาจะถูกเรียกติดทีมชาติในโอลิมปิก แต่เขาก็ปฎิเสธโอกาสโดยให้เหตุผลว่านักเตะรุ่นใหม่น่าจะมีดีกว่าเขา แม้ว่าตอนนั้นกราดินเพิ่งจะอายุเพียง 31 ปีก็ตาม

สถานการณ์ของเขายิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อขัดแย้งกับบอร์ดบริหารเปนญารอล อันที่จริงเปนญารอล  เป็นมากกว่าสโมสร มันคือชีวิตของกราดิน เขาอุทิศตัวด้วยการอยู่ช่วยทีม หลังจากถูกถอนสมาชิกของสมาคมฯ แม้ว่าจะไม่ได้เล่นให้ทีมชาติอีกแล้วก็ตาม แต่ท้ายที่สุดในการตัดสินใจครั้งที่ยากที่สุดของชีวิตเขาก็เป็นคนเลือกเดินจากไป

กราดิน ออกมาก่อตั้งทีมใหม่ที่ชื่อว่า โอลิมเปีย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทีม ริเวอร์เพลท อุรุกวัย (หลังจากไปยุบรวมกับ คาปูโร ในปี 1932) เขาลงเล่นให้ทีมอยู่ 7 ปีก่อนจะแขวนสตั๊ดไปในปี 1929 ด้วยวัย 32 ปี อย่างไรก็ดี แม้เขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในฟุตบอลและกรีฑา รวมไปถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติของนักฟุตบอลผิวสีนับพันในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสังคม แต่เขาก็ไม่ได้รับการเหลียวแลนับตั้งแต่หันหลังให้กับวงการกีฬา

กราดิน ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจึง  ดูบอลสด อยู่ที่บ้าน ในขณะที่สุขภาพก็ย่ำแย่ลงจากการใช้ร่างกายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยสมัยเป็นนักกีฬา ความเจ็บป่วยทำให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในช่วงท้ายของชีวิต

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเลยทั้งจากเปนญารอล สโมสรเก่าหรือสมาคมฯ “ราวกับว่าเปนญารอลได้ทอดทิ้งลูกชายของเขาหลังตัดความสัมพันธ์” ส่วนหนึ่งจากบทความ Isabelino Gradin The Uruguayan Hero Who Rose Above Racism And Slavery อธิบาย

ในตอนที่นักเตะเปนญารอล ไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล หลังจากคว้าแชมป์ ในปี 1944 ร่างกายและจิตใจของเขาย่ำแย่เต็มทีแล้ว นักฟุตบอลที่เคยทำให้กองหลังคู่แข่งหวั่นเกรงกำลังต่อสู้กับความตายทั้งที่อายุเพียงแค่ 47 ปี กราดิน จากไปอย่างสงบในอีก 4 วันต่อมาหลังจากนักเตะเปนญารอลไปเยี่ยม และต้องรอถึง 65 ปีกว่าที่ชาวอุรุกวัยจะระลึกถึงเขา หลังรัฐบาลเมืองมอนเตวิเดโอ นำชื่อเขาไปตั้งในจตุรัสของเมือง